เกริ่นนำ
สวัสดีชาวอาชีวอนามัยทุกคน
คงจำกันได้นะว่าสมัยที่เราเรียน (ซึ่งนานมาแล้ว) เราจะต้องไปฝึกภาคสนามกัน ซึ่งการฝึกภาคสนามนี้ ก็จะมี 2 แบบ คือ ฝึกแบบสมัครใจ และฝึกแบบยังไงก็ต้องไป การฝึกแบบสมัครใจก็หมายถึงการฝึกช่วงปิดเทอมใหญ่ตอนปี 3 จะขึ้นปี 4 ไง ที่คนที่อยากฝึกก็ต้องไปติดต่อบริษัทด้วยตัวเอง จำได้ว่าตอนนั้นเราได้ไปฝึกที่โรงปูนทีพีไอ (สระบุรี) โดยลากเอาเพื่อนที่ชื่อ อ้ายเคน
(นราเศษฐ์) ไปด้วย ส่วนการฝึกแบบยังงัยก็ต้องไป ก็คือ การฝึกตามหลักสูตรที่ภาควิชาจัดให้ ซึ่งมี 2 รอบ ถ้ายังนึกไม่ออกก็จะบอกใบ้ให้อีกนิดนึงว่า การฝึกที่เราเรียกว่า “Filed เล็ก” กับ “Filed ใหญ่” ไง โดยการฝึก “Filed เล็ก” ก็คือการฝึกด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรมใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์ ซึ่งมีอาจารย์วันทนี เป็นธุระจัดการหาโรงงานให้ ส่วนการฝึก “Filed ใหญ่”
ก็คือการไปฝึกทำงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในโรงงานใช้เวลาประมาณ 30 วัน ซึ่งมีภาควิชาเป็นผู้กำหนดว่าจะส่งลิง ค่าง บ่างชะนี ตัวใด ไปเข้าคอกไหน
ความเดิม
อรัมภบทมาตั้งนานแล้ว ขอเข้าสู่ตอนต่อไปเลยละกัน คือ การไปฝึก “Filed เล็ก” (ฝึกด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรม) กลุ่มของเราได้ไปฝึกที่โรงงาน Flex Tronic (ขออภัยหากเขียนชื่อโรงงานผิด) ซึ่งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง กลุ่มของเรามีกันอยู่ประมาณ 8 ชีวิต เรามีเจ๊ป่านเป็น buddy การฝึกก็ดำเนินไปได้ด้วยดีตลอด จนกระทั่งมาถึงวันสุดท้ายนี้แหละ เพราะการฝึก “Filed เล็ก” นี้มันมีจุด climax
อยู่ที่ต้อง present ผลการตรวจวัด (ซึ่งเราก็ยังตรวจวัดกันไม่ค่อยจะชำนาญเท่าใดนัก) พร้อมทั้งข้อเสนอแนะ ให้ทางโรงงานฟัง นอกจากจุด climax ที่ว่าแล้วยังมี จุด super climax อยู่ตรงที่ว่า อาจารย์วันทนี ก็ได้เสียสละเวลามาร่วมฟังการนำเสนอของเราด้วย (เฮ้อ เกรงใจอาจารย์จริงๆ)
เหตุการณ์ระทึกขวัญ
ไม่รู้ว่าเป็นสูตรสากลหรือธรรมเนียมปฏิบัติหรือเปล่า เคยสังเกตไหมว่า เวลาเรา Present อะไรก็ตาม จะต้องมีดาราหน้าไมค์ ที่ตั้งคำถามให้เราต้องตื่นเต้น บรรยากาศในวันนั้น พวกเราประหม่ามาก ยิ่งเจอวิศวกรของโรงงานถามโน่นถามนี้ ก็แทบจะสติแตกแล้ว เหงื่อตกทุกครั้งที่เจอคำถามจากโรงงานแต่ก็ต้องยิ้มกลบเกลี่อน และเสียวสันหลังแวบๆ ที่หันไปสบสายตาอาจารย์
เพราะกลัวจะพูดอะไรไม่เข้าท่าออกไป ตลอดจนจะทำให้อาจารย์และภาควิชาเสียหาย
เมื่อใกล้จะถึงทางตันเพราะทางวิศวกรไม่ยอมเข้าใจ และต้อนเราให้จนมุม เหมือนฟ้ามาโปรด อาจารย์วันทนี พูดอธิบายแทนพวกเรา ทำให้พวกเราใจชื้นขึ้นมาก และแล้วการ present ของพวกเราก็จบลงไปได้ด้วยดี เพราะอาจารย์ช่วยชีวิตเราไว้แท้ๆ ลองคิดเล่นๆดูนะ ถ้าวันนั้น อาจารย์วันทนี ไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้นด้วย พวกเราจะได้เดินกลับออกมาจากโรงงานในท่าทางแบบไหน ?????
อาจจะต้องเดินคอตก แต่ที่แน่ๆ คงไม่ได้เดินแบบสง่าผ่าเผยอย่างที่เป็นหรอกนะพวกเรา
เหตุการณ์ครั้งนี้ จึงทำให้เราเข้าใจ การที่อาจารย์มานั่งฟังการ present ของเรานั้น เป็นการมาเพื่อประเมินผลการเรียนรู้ของพวกเราจากการฝึก และยังมาช่วยเติมเต็มจุดบกพร่องของพวกเราที่ขาดหายไปอีกด้วย ดังนั้น เราพวกเราควรระลึกและศรัทธาไว้ให้มั่นว่า “พวกเราเป็นศิษย์ที่มีครู (ครูที่ดีมากๆๆ)”
ความประทับใจ
เพื่อน – ร่วมทุกข์ ร่วมสุขด้วยกันตลอด และเพื่อนก็ยังสามารถเปลี่ยนความทุกข์ให้เป็นความสนุกได้ด้วย
อาจารย์ – ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา และค้ำชูช่วยเหลือลูกศิษย์
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
“ลูกศิษย์ข้า ใครอย่าแตะ”